กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน 4 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

Last updated: 21 ม.ค. 2569  |  1090 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน 4 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน ไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ เพราะนี่อาจจะเป็นเรือนหอในอนาคตได้ แล้วถ้ากู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน วันหนึ่งเกิดเลิกรากันล่ะจะทำอย่างไร การตัดสินใจกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนจึงมีความแตกต่างจากการซื้อเพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัวใหญ่หรือเพื่ออยู่เองคนเดียวมากพอสมควร


กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน ที่อยู่อาศัยแบบไหนเหมาะ

กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนนั้น นอกจากเรื่องปัจจัยภายนอกอย่าง ราคา ทำเลที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้านแล้ว รูปแบบของที่อยู่อาศัยก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อด้วยเช่นกัน

1. บ้านเดี่ยว ที่อยู่อาศัยรูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนที่มองถึงการขยายครอบครัวขนาดใหญ่ในอนาคต ด้วยขนาดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา จำนวน 2-3 ชั้น สามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้ 4-5 คน อย่างสบาย ๆ ไม่อึดอัด แถมยังมีพื้นที่ส่วนตัวให้แก่สมาชิกในครอบครัวมากพอสมควรอีกด้วย

2. ทาวน์โฮม ผู้กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนที่ตั้งใจว่าจะมีลูกสัก 1-2 คน ทาวน์โฮมนับว่าตอบโจทย์ได้ดี ด้วยขนาดพื้นที่โดยรวมที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เล็กกว่าบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ 2-3 ชั้น จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กที่อยู่อาศัยกันแค่ พ่อ แม่ ลูก

3. คอนโด สำหรับผู้กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน ที่ตั้งใจว่าจะไม่มีลูก ต้องการพื้นที่ขนาดกะทัดรัด ดูแลรักษาง่าย ที่อยู่อาศัยประเภทนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี อีกทั้งทำเลที่ตั้งคอนโดส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง และรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน แหล่งงาน

ขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมส่วนใหญ่มักจะมีทำเลอยู่ชานเมือง การกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนที่เลือกพักอาศัยในคอนโดจึงตอบโจทย์คู่รักที่ต้องการพักอาศัยในเมืองเป็นหลัก

กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนต้องทำอย่างไรหากยังไม่ได้แต่งงานกัน

นอกเหนือจากรูปแบบที่พักอาศัยที่คู่รักต้องตัดสินใจร่วมกันแล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญสำหรับการกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน คือ การกู้ร่วม สำหรับผู้ที่ยังไม่แต่งงานกัน หรือยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ก็สามารถกู้ร่วมกันได้

แต่ทางธนาคารอาจต้องให้เซ็นเอกสารเป็นหลักฐานว่าผู้กู้ร่วมทั้งสองเป็นคู่สมรสโดยไม่จดทะเบียนกัน หรืออาจนำหลักฐานอื่น ๆ มาแสดงเพิ่มได้ เช่น รูปพรีเวดดิ้ง รูปถ่ายวันหมั้น รูปถ่ายในงานแต่งงาน หากมีบุตรแล้วสามารถนำเอกสารรับรองบุตรที่ระบุชื่อพ่อแม่ หรือทะเบียนบ้านที่แสดงว่าอยู่อาศัยร่วมกัน

ข้อดีของการกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนคือ ทำให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อง่าย สามารถเพิ่มวงเงินกู้ได้มากกว่าเดิม มีระยะเวลาผ่อนชำระได้มากขึ้น ช่วยกระจายความเสี่ยง สร้างความน่าเชื่อถือต่อธนาคาร

โดยการกู้ร่วม คือ การทำสัญญายื่นกู้ทรัพย์สินชิ้นเดียวกัน คล้ายกับการค้ำประกันให้อีกฝ่าย เพื่อให้ทางธนาคารเห็นว่าจะมีอีกคนมารับผิดชอบในการชำระหนี้ และมีความสามารถในการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ตามสัญญา ซึ่งจะทำให้การอนุมัติการขอสินเชื่อง่ายขึ้น

สิ่งสำคัญที่ผู้กู้ร่วมซื้อบ้านต้องรู้และเตรียมพร้อม

1. คุณสมบัติของผู้กู้ร่วม

2. ต้องมีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจน

3. ต้องมีประวัติการชำระหนี้ที่ตรงต่อเวลา

4. ต้องมีรายได้เพียงพอที่จะร่วมรับผิดชอบภาระหนี้กับธนาคาร

5. ผู้กู้ร่วมซื้อบ้านควรเป็นบุคคลในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หรือ สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว หรือคู่รักที่ยังไม่จดทะเบียนสมรสกัน


กู้ร่วมกับใครได้บ้าง


รายละเอียด
บุคคลที่ใช้นามสกุลเดียวกัน
สามารถยื่นกู้ร่วมกับพ่อ-แม่, พี่-น้อง, สามี-ภรรยา (จดทะเบียนสมรสกัน), ลูก
บุคคลที่เป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกัน
แสดงหลักฐานยืนยันว่าเป็นพี่น้องกันจริง เช่น สูจิบัตร

เอกสารทะเบียนบ้าน
คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน
แสดงหลักฐานยืนยัน เช่น รูปพรีเวดดิ้ง รูปถ่ายวันหมั้น รูปถ่ายในงานแต่งงาน ถ้ามีลูกด้วยกันให้แสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ หรือทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน


กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน หากเลิกกันแล้วแบ่งกันอย่างไร

สิ่งที่ทุกคู่รักต้องรู้ ก่อนกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนคือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ เพราะปกติการกู้ร่วม จะกระทำใน 2 ลักษณะ คือ การใส่ชื่อคนเดียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ใช้หลายคนมากู้ร่วมได้ และการกู้ร่วมโดยใส่ชื่อทุกคนมีกรรมสิทธิ์ในบ้านร่วมกัน

การถือกรรมสิทธิ์ร่วม มีเรื่องที่ควรรู้และเข้าใจสำหรับคู่รักที่ตกลงจะกู้ร่วม คือ ภายหลังหากต้องการขายบ้าน จะกระทำได้เมื่อได้รับการยินยอมจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม หรือในกรณีจะทำการยกกรรมสิทธิ์ใครคนหนึ่งคนใดในผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว การโอนนั้นทางกรมที่ดินจะถือว่าเป็นการซื้อขายบ้าน ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย รวมถึงค่าอากรแสตมป์ หรือธุรกิจเฉพาะ

ที่สำคัญคือ เมื่อถึงวันเลิกราต้องทำอย่างไร ซึ่งในกรณีการเลิกรากันนั้น วิธีการแก้ปัญหาหลาย ๆ วิธีด้วยกัน คือ

1. การถอนชื่อคู่รักที่กู้ร่วม

แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ การกู้ร่วมซื้อบ้านกับคู่รักที่จดทะเบียนสมรสแล้วเลิกรากัน และการกู้ร่วมกับคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแล้วเลิกรากัน สำหรับคู่รักที่จดทะเบียนสมรสแต่เลิกรากันนั้น ต้องจดทะเบียนหย่าให้เรียบร้อย เพื่อนำใบหย่า และสัญญาจะซื้อจะขายไปขอถอนชื่อคู่รักออกจากสัญญากู้ที่ทำไว้กับธนาคาร เพื่อให้ธนาคารเปลี่ยนรูปแบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสัญญาเงินกู้ใหม่

ส่วนกรณีคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและเลิกรากันนั้น การถอนชื่อคู่รักที่เลิกราออกจากการกู้ร่วมซื้อบ้านไม่ยุ่งยากเท่ากับคู่รักที่จดทะเบียนสมรส แต่ขึ้นกับข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย ว่าใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์ที่กู้ร่วมกัน ซึ่งจำเต้องมีการแจ้งถอดถอนชื่อออกกับทางเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ทำสัญญากู้ไว้ และแจ้งต่อธนาคารว่าต้องการให้ใครผู้ถือกรรมสิทธิ์

2. รีไฟแนนซ์จากกู้ร่วมเป็นกู้เดี่ยว

สำหรับทางออกนี้ ธนาคารไม่อนุมัติให้ถอนชื่อคู่รักที่กู้ร่วมซื้อบ้านด้วยกันออก เนื่องจากประเมินแล้วว่าผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้คนเดียวได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ การรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่นเพื่อทำเรื่องขอกู้ที่อยู่อาศัยเพียงคนเดียว

3. ตัดปัญหาด้วยการขายทรัพย์

ถือเป็นวิธีสุดท้ายในการแก้ปัญหาแบ่งกรรมสิทธิ์กรณีคู่รักกู้ร่วมซื้อบ้านด้วยกัน และจำเป็นต้องเลิกราไป ซึ่งทั้งคู่ต้องมีการตกลงกันให้เรียบร้อย เพราะในการขายกรรมสิทธิ์นั้นต้องได้รับการยินยอมขายจากทั้งสองฝ่าย

ไม่ว่าความรักจะดำเนินมาถึงจุดไหน การกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน จำเป็นต้องคิดให้ยาว มองอนาคตให้ไกล เพราะไม่ใช่แค่เรื่องเงินที่ต้องลงทุนเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่คู่รักทุกคู่ต้องนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.ddproperty.com/

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้